วันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ครุศาสตร์ จุฬาฯ

วันนี้ไปสอบตรงของคณะครุศาสตร์ วิชาความรู้พื้นฐานทั่วไป จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้สอบที่เมืองทองธานี นั่งรถจนก้นเมื่อยหมดแล้ว ที่แรคเขาพาไปเก็บ 250 บาท ไปรถบัสสองชั้นหรูมากกกก นั่งสบาย แอร์เย็นโคตรรรร แรคนัดมาขึ้นรถตี 5 โอ้กว่าจะตื่นก็ตี 4 แล้วจะไปทันไหมเนี่ย แตสุดท้ายก็ทัน ถึงเมืองทองประมาณ 7 โมงกว่า สอบ 9 โมง พี่จะนัดหนูเร็วทำไมค่ะ หนูง่วงนอนมากกกกกกกกกคร่า คนสอบเยอะมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก เยอะได้อีก เพื่อนคนอื่นได้สอบที่สวนดุสิต แต่ทำไมฉันได้สอบที่อิมแพคล่ะ พอเข้าห้องสอบก็หาที่นั่งของตัวเอง ที่ 5872 โอ้ อยู่ข้างในสุดและหลังสุดเลยยยยยยย คนสอบเยอะจริงงงงงงง เบียดกันตายแล้ว พออ.แจกข้อสอบเจอข้อแรกก็ อ.ฆ่าหนูเหอะ ยากกกกกกกกมากกกกกก ทำไมต้องออกเศรษฐศาสตร์เยอะด้วยง่า ไม่ชอบเศรษฐศาสตร์เลยยยยยยย ไม่รู้เรื่อง แต่ภาษาไทยก็พอทำได้บ้าง แต่ไม่มากกกกกกก มี 100 ข้อ มั่นใจเลยว่าทำได้ไม่ถึง 50 ยากมากมายยยย ถามแต่เศรษฐศาสตร์ โอ้ ไม่รู้เรื่อง ต้องตั้งใจเรียนวิชาของอ.อารยะมากกกกกกเสียแล้ววววว พูดมาซะเยอะแล้ว เราไปทำความรู้จักคณะครุศาสตร์กันดีกว่า

คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ย้อนไปในปี พ.ศ. 2435 เริ่มจากสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสนาบดีกระทรวงธรรมการทรงได้รับพระบรมราชานุญาตจัดตั้งโรงเรียนฝึกอาจารย์ ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น"โรงเรียนฝึกหัดครู" ต่อมาวันที่ 1 มกราคม พ.ศ.2453 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาโรงเรียนมหาดเล็กเป็นสถาบันอุดมศึกษาทรงพระราชทานนามว่า "โรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว" กับทั้งได้พระราชทานเงินที่คงเหลือจากการที่ราษฎรเข้าเรี่ยไรกันเพื่อสร้างพระราชานุสาวรีย์พระบรมรูปทรงม้า 982,672.47 บาท เป็นทุนก่อสร้างโรงเรียนและพระราชทานที่ดิน จำนวน 1,309 ไร่ ให้เป็นที่ตั้งของโรงเรียนข้าราชการพลเรือนของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยโอนเอาโรงเรียน ต่าง ๆ มารวมกันเข้า ส่วนสถานศึกษาและการดำเนินงานยังคงแยกย้ายอยู่ที่เดิม ในปี พ.ศ. 2458 จึงได้ย้ายสถานศึกษามารวมกันในที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2459 ได้รับการสถาปนาเป็นจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แผนกครุศึกษารวมอยู่ในคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ใช้ชื่อว่าแผนกฝึกหัดครู เมื่อคณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์แยกจากกัน แผนกฝึกหัดครูเปลี่ยนชื่อเป็นแผนกครุศาสตร์ สังกัดคณะอักษรศาสตร์และครุศาสตร์

วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2500 มีการแยกแผนกครุศาสตร์ ออกเป็นคณะครุศาสตร์ ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นคณะที่ 7 ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยมีอาจารย์พูนทรัพย์ ไกรยง (ศาสตราจารย์ท่านผู้หญิง พูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา) หัวหน้าแผนกวิชาครุศาสตร์ในขณะนั้นเป็นคณบดีคนแรก ประกอบด้วย 4 แผนกวิชา คือ แผนกวิชาสารัตถศึกษา แผนกวิชาวิจัยการศึกษา แผนกวิชาประถมศึกษา และแผนกวิชามัธยมศึกษา

วันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2501 คณะครุศาสตร์ได้จัดตั้งโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยขึ้นเพื่อเป็นแหล่งปฏิบัติการวิจัยในการทดลองสอนของนิสิตคณะครุศาสตร์ ในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตอมาในปี พ.ศ. 2522 "แผนกวิชา" ได้เปลี่ยนเป็น"ภาควิชา" ตามพระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประกอบด้วย 11 ภาควิชา 1 สาขาวิชา และศูนย์ต่าง ๆ 6 ศูนย์ ดังนี้
1. ภาควิชาสารัตถศึกษา 7. ภาควิชาโสตทัศนศึกษา
2. ภาควิชาวิจัยการศึกษา 8. ภาควิชาศิลปศึกษา
3. ภาควิชาประถมศึกษา 9. ภาควิชาอุดมศึกษา
4. ภาควิชามัธยมศึกษา 10. ภาควิชาดนตรีศึกษา
5. ภาควิชาบริหารศึกษา 11. ภาควิชาการศึกษานอกโรงเรียน
6. ภาควิชาพลศึกษา 12. สาขาวิชาหลักสูตรและการสอน
ศูนย์ ต่าง ๆ 6 ศูนย์ ดังนี้
1. ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ 4. ศูนย์ทดสอบทางการศึกษา
2. ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา 5. ศูนย์ประสบการณ์วิชาชีพ
3. ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา 6. โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทย

วันที่ 10 กรกฎาคม 2547 มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ แจ้งเรื่อง ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง "การแบ่งส่วนราชการในคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2547” ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้ประกาศเรื่องดังกล่าวในราชกิจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่มที่ 121ตอนที่ 71 ลงวันที่ 2 กันยายน 2547 ให้แบ่งส่วนราชการของคณะครุศาสตร์ เป็น 4 ภาควิชา ดังนี้
1. สำนักงานเลขานุการ 2. ภาควิชาหลักสูตร การสอนและเทคโนโลยี
การศึกษา
3. ภาควิชาศิลปะ ดนตรีและนาฏศิลป์ศึกษา 4. ภาควิชานโยบาย การจัดการและความเป็นผู้นำทางการศึกษา
5. ภาควิชาวิจัยและจิตวิทยาการศึกษา
ศูนย์ ต่าง ๆ 6 ศูนย์ ดังนี้
1. ศูนย์ตำราและเอกสารทางวิชาการ 2. ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษา
3. ศูนย์บรรณสารสนเทศทางการศึกษา 4. ศูนย์ทดสอบทางการศึกษา
5. ศูนย์ประสบการณ์วิชาชีพ 6. โครงการสอนภาษาไทยและวัฒนธรรมไทยในต่างประเทศ

วันอังคารที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2552

90 ปีราชินีบูรณะ

เข็ม "ราชินีบูรณะ" เครื่องหมายแห่งศักดิ์ศรี
เข็ม คือ เครื่องหมายและสัญญาลักษณ์สำคัญ ซึ่งองค์กรต่างๆ มอบให้แก่สมาชิก หรือ ผู้สมควรได้รับเกียรติยศโดยใช้ประดับไว้ในที่อันสมควร เช่น กลัดติดเสื้อผ้าอาภรณ์ ทั้งนี้เพื่อแสดงฐานะอันสำคัญ ได้แก่ การแสดงว่า คือ หมู่เหล่าเดียวกัน การดำรงไว้ซึ่งความรู้ ความสามารถ ความซื่อสัตย์ ประสบการณ์แห่งหน้าที่การงาน ศิลปวิทยา วิทยฐานะ ตลอดจนผู้ได้รับรางวัลเกียรติยศ ก่อให้กอปรเกิดศักดิ์ศรีแก่ผู้ประดับเข็มเครื่องหมายนั้นๆ สืบไป

"ราชินีบูรณะ" กับ เครื่องหมาย "พระมงกุฏ"
คนธรรมดามิบังควรใช้พระมงกุฏ เพราะ พระมงกุฏคือเครื่องทรงสำหรับพระราชา นัยแห่ง "สมมุติเทพ" อันมีเครื่องหมายพิเศษสำหรับเทพ ๕ อย่าง รวมเรียกว่า "พระมหาสิริเบญจาราชกุธภัณฑ์" พระมงกุฏนี้คือสิ่งสำคัญสูงสุดแห่งพระราชา
พระมงกุฏมี ๓ แบบ คือ
๑.พระจุลมงกุฏ หรือ พระเกี้ยวยอด และพระปิ่นสำหรับพระยุพราช
๒.พระมงกุฏ สำหรับพระราชินี ลักษณะเป็นพระมงกุฏหรือชฏาหน้านาง ( กระบังหน้า ) พระเกี้ยวยอด พระปิ่น
๓.พระมงกุฏ หรือ พระมหาพิชัยมงกุฏสำหรับพระราชา
โรงเรียนราชินีบูรณะ ประดับเครื่องหมาย "พระมงกุฏสำหรับพระราชินี" นี้คือ ศักดิ์ศรีสูงส่งของเราอย่างหนึ่ง

ราชินีบูรณะ กับ อักษรย่อ "ร.ณ."
เมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๕๗ โรงเรียนราชินีบูรณะก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า "สตรีวิทยาประจำมณฑลนครชัยศรี" โรงเรียนนี้ตั้งอยู่หน้าองค์พระปฐมเจดีย์ ต่อมีปี พุทธศักราช ๒๔๖๐ เกิดไฟไหม้โรงเรียน ต้องอพยพหาที่เรียนอยู่เนืองๆ ด้วยเพราะความเดือดร้อนเรื่องสถานที่เรียนนี้ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ทรงทราบเหตุจึงพระราชทานเงินมาสร้างอาคารถาวร พร้อมพระราชทานนามว่า "ราชินีบูรณะ" อันหมายถึง พระราชินีได้ทรงบูรณะโรงเรียนเดิมที่ไฟไหม้ ให้ถาวร สมดังความหมายที่ว่า "ราชินีบูรณะ" นี่คือ ศักดิ์ศรีอย่างที่สองที่พึงภาคภูมิใจยิ่ง

สีและความหมายของสี
สีทุกสีมีวรรณะและมีความหมายเฉพาะ เช่น ที่อยู่อาศัย บ้านเรือน ถ้าเป็นบ้านเรือนเจ้านายจะใช้สี เช่น สีชาด สำหรับสีพิเศษอย่างยิ่งคือ สีทอง มีศักดิ์พิเศษที่ใช้ได้คือพระราชาและวัดเท่านั้น สำหรับพระมงกุฏสีทองในเข็มนี้ จึงหมายถึงโรงเรียนที่ได้รับพระราชทานกำเนิดจากพระราชินี
ส่วนสีขาวของอักษรย่อ ร. หมายถึงเยาวชนผู้มีความบริสุทธิ์ และสีน้ำเงินของอักษรย่อ ณ. คือสีผู้สืบทอดเชื่อมโยงจากพระเจ้าแผ่นดิน

วันอังคารที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

10 อันดับ มหาวิทยาลัย แอดมิดชั่นปีนี้

อันดับมหาิวิทยาลัย ที่มีผู้สมัครคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา
ประจำปีการศึกษา 2552 มากที่สุด 10 แห่ง

อันดับที่ 1 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (รวมทุกศูนย์)
มีผู้สมัครฯ 55102 คน ผ่านการคักเลือกฯ 9351 คน

อันดับที่ 2 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (รวมทุกศูนย์)
มีผู้สมัครฯ 29135 คน ผ่านการคักเลือกฯ 5848 คน

อันดับที่ 3 มหาวิทยาลัยบูรพา
มีผู้สมัครฯ 28819 คน ผ่านการคัดเลือก 4186 คน

อันดับที่ 4 มหาวิทยาลัยนเรศวร
มีผู้สมัครฯ 28288 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 3483 คน

อันดับที่ 5 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มีผู้สมัครฯ 28132 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 3567 คน

อันดับที่ 6 มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
มีผู้สมัครฯ 27350 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 2319 คน

อันดับที่ 7 มหาวิทยาลัยศิลปากร (รวมทุกศูนย์)
มีผู้สมัครฯ 23614 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 3105 คน
อยากเรียนศิลปากรจังเลยยยยยยย
อักษรจงเจริญ

อันดับที่ 8 มหาวิทยาลัยขอนแก่น (รวมทุกศูนย์)
มีผู้สมัครฯ 23250 คน ผ่านการคัดเลือก 2839 คน

อันดับที่ 9 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
มีผู้สมัครฯ 23734 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 4885 คน

อันดับที่ 10 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (รวมทุกศูนย์)
มีผู้สมัครฯ 21721 คน ผ่านการคัดเลือกฯ 3555 คน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก สกอ.

วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

ไปเที่ยวในเมืองไทยกันไหม ในบ้านของเราเอง

เมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เราก็ได้มีโอกาสไปเที่ยวที่จ.ชุมพร ประตูสู่ภาคใตนั่นเอง อยากบอกว่าสวยมากกกกกก ทะเลก็สวยยยยยยยยยย คนก็สวยยยยยยยยย แต่อากาศร้อนไปหน่อย

สถานที่แรกที่ไปคือ ไปไหว้เสด็จเตี่ยกรมหลวงชุมพร ก็ไปขอพรท่านให้เอ็นติดมหาลัยดีดี นี้เป็นมุมหนึ่งที่เราไปถ่ายภาพมา ข้างหลังเป็นทะเลสวยมากกกกก


สถานที่ที่สองคือ หาดทรายรี สวยมากกกกเลยยยยยย แต่ไม่ได้ว่ายน้ำอ่า ลืมเอาชุดไป เศร้ามากกอ่า แต่เห็นทะเลแล้วอยากบอกว่าสวยสุดๆๆ บรรยากาศก็ดี ถึงแม้ว่าจะร้อนไปหน่อยยยยยยย

ประเทศไทยยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายที่ที่เรายังไม่เคยไปนะ เมืองไทยนี้สวยจริงๆๆๆนะเหมือนเพลงพี่เบิร์ดเลยยยย
ไปเที่ยวในเมืองไทยกันไหม ในบ้านของเราเองงงงง
ถ้ามีโอกาสดีเราคนไทยก็คงได้ไปเที่ยวอีก แต่ตอนนี้เศรษฐกิจไม่ดี ไหนจะเรื่องการบ้านการเมืองอีก ถ้าคนไทยไม่ช่วยคนไทย แล้วใครจะมาช่วยเรา จริงไหม

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ


พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ประสูติเมื่อวันศุกร์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2548 ณ โรงพยาบาลศิริราช พระราชนัดดาในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เป็นพระโอรสในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ (หม่อมศรีรัศมิ์ มหิดล ณ อยุธยา)

พระนาม "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ" มีความหมายว่า ผู้ทำประทีป คือปัญญาให้สว่างกระจ่างแจ้ง, ผู้ทำเกาะ คือที่พึ่งให้รุ่งเรืองโชติช่วง

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2548 ได้มีพระราชพิธีสมโภชเดือนและขึ้นพระอู่ ในพระที่นั่งอนันตสมาคม ตามพระราชประเพณี เมื่อพระเจ้าหลานเธอฯ มีพระชนมายุครบ 1 เดือน

นอกจากนี้ ในวาระที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษาครบ 1 ปี ในวันที่ 29 เมษายน 2549 กรมธนารักษ์ จัดทำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก ชนิดราคา 50 บาท ทำด้วยทองแดงผสมนิกเกิล น้ำหนัก 21 กรัม ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 36 มิลลิเมตร จำนวนผลิตไม่เกิน 500,000 เหรียญ ลวดลายด้านหน้ากลางเหรียญมีพระรูป พระเจ้าหลานเธอฯ ผินพระพักตร์ทางเบื้องซ้าย ภายในวงขอบเหรียญด้านขวามีข้อความว่า "พระองค์เจ้า" ด้านซ้ายมีข้อความว่า "ทีปังกรรัศมีโชติ" ด้านหลังกลางเหรียญมีข้อความว่า "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงเจริญพระชันษา 1 ปี 29 เมษายน 2549 50 บาท" ภายในวงขอบเหรียญด้านขวา มีรูปลูกไก่ยืนอยู่บนหัวเม็ดทรงมัณฑ์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งสำหรับม้วนเก็บแผ่นจารึก เบื้องล่างมีข้อความว่า "ประเทศไทย"

วันเสาร์ที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2552

It's not easy to be me (อภิสิทธิ์)

พอดีเข้าไปแวะใน youtube มาเห็นวีดีโอนี้เกี่ยวกับนายกอภิสิทธิ์ เลยอยากเอามาให้เพื่อนๆๆๆดูกัน ดูแล้วนายกอภิสิทธิ์เหมือน superman


Title : Superman (it's not easy)

I can't stand to fly
I'm not that naive
I'm just out to find
The better part of me

I'm more than a bird, I'm more than a plane
More than some pretty face beside a train
It's not easy to be me

Wish that I could cry
Fall upon my knees
Find a way to lie
About a home I'll never see

It may sound absurd, but don't be naive
Even Heroes have the right to bleed
I may be disturbed, but won't you conceed
Even Heroes have the right to dream
It's not easy to be me

Up, up and away, away from me
It's all right, you can all sleep sound tonight
I'm not crazy or anything

I can't stand to fly
I'm not that naive
Men weren't meant to ride
With clouds between their knees

I'm only a man in a silly red sheet
Digging for kryptonite on this one way street
Only a man in a funny red sheet
Looking for special things inside of me
Inside of me, yeah inside of me, inside of me

I'm only a man in a phoney red sheet
I'm only a man looking for a dream
I'm only a man in a phoney red sheet
And it's not easy
It's not easy to be me

วันศุกร์ที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2552

FAMOUS QUOTES What they said

"We don't like their sound, and guitar music is on the way out."
พวกเราไม่ชอบเสียงดนตรีและกีตาร์ของพวกคุณ
Decca Recording Co.,rejecting the Beatles,1962

"I am ready to meet my maker, but whether my maker is prepared for the great ordeal of meeting me ia another matter."
ฉันพร้อมแล้วที่จะสัมผัสกับความตาย แต่เมื่อการตายนั้นยากที่จะมาถึง ฉันก็ขอทำสิ่งอื่นๆก่อน
Winston Churchill (British Prime Minister)

"It is dangerous to be sincere unless you are also stupid."
เป็นสิ่งที่อันตรายสำหรับการที่คุณจะจริงใจ เว้นเสียแต่ว่าคุณเป็นคนโง่
George Bernard Shaw (Writer)

"When you sit with a nice girl for two hours, you think it's only a minute. But when you sit on a hot stove for a minute, you think it's two hours. That's relativity."
เมื่อคุณนั่งใกล้หญิงสาวสวยเป็นเวลาสองชั่งโมง คุณคิดว่าเป็นเพียงแค่เสี้ยวนาที แต่ถ้าคุณนั่งในเตาอบร้อนแค่เสี้ยวนาที คุณคิดว่าเป็นเวลาสองชั่งโมง นี่คือสิ่งที่สัมพันธ์กัน
Albert Einstein (Scientist)

"How could anyone govern a nation that has two hundred forty-six different kinds of cheese."
จะบริหารประเทศอย่างไรถ้ามี 246 ของบุคคลที่แตกต่าง
Charles De Gaulle (French President)

วันพุธที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2552

April Fool's Day

วันที่ 1 แล้ว... เย้ๆๆ แหม... วันที่ 1 ทีไรคนไทยเป็นสุขใจทุกที เพราะเป็นวันเงินเดือนออก 55 (หรือบางคนก็อาจไม่ออก อิอิ) แถมยังเป็นวันที่นักเสี่ยงโชคร่าเริงสุดๆ เพราะเป็นวันหวยออกนั่นเอง

แต่สำหรับชาวฝรั่ง วันที่ 1 เมษายน กลับเป็นวันที่พวกเขาเรียกกันว่า "April Fool's Day" วันแห่งการโกหก ซึ่งถือเป็นวันที่จะแกล้งกันสนุกสนานด้วยการโกหก... แท้จริงมีตำนานเล่ากันมาว่า เมื่อสมัยก่อนนี้ พวกฝรั่งเขาก็มีวันขึ้นปีใหม่ใกล้ๆ บ้านเรานี่แหละคือเดือนเมษายน แต่แล้วทางการมีการเปลี่ยนวันปีใหม่เป็นวันที่ 1 มกราคม บังเอิญยังมีอีกหลายคนที่ไม่รู้ ก็ยังคงส่ง ส.ค.ส. ให้กันในวันที่ 1 เมษายน พวกเขาก็เลยเรียกพวกนี้ว่าพวก "เมษาหน้าโง่" แล้วก็มีการแกล้งกันโดยไม่บอกความจริงเพื่อความสนุกสนาน จริงๆ มันก็แค่เนี่ยแหละ แต่เดี๋ยวนี้ไม่ว่าเทศกาลอะไรของใครชาติไหน คนไทยเราเล่นด้วยหมด

วิธีการเล่นคือ...
วันที่ 1 เมษายน ซึ่งเป็นวัน April's Fool Day เป็นวันที่คนแกล้งหลอกกันด้วยการแต่งเรื่องอะไรก็ได้มาหลอกให้คนอื่นหลงเชื่อ จากนั้นค่อยเฉลยในตอนท้าย ซึ่งเรื่องที่เอามาหลอกนั้นจะต้องไม่ทำให้อีกฝ่ายถึงกับเลือดตกยางออก และคนที่ถูกหลอกจะต้องไม่โกรธด้วย เพราะถือว่าวันนี้เป็นวันพิเศษ ยกเว้นให้หนึ่งวัน

วันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2552

I will survive Version หมอลำ

วันนี้เราอยากให้เพื่อมาดูอะไรสนุกๆกัน เพลงนี้มันส์มากเป็นแบบฉบับของไทย เรียกว่าสุดๆๆๆๆๆๆเลย สนุกทั้งเพลง ไปรับชมและรับฟังกันเลยกันเลย

โอ้..........................ละเน้อ
โอ้............แล้วกัน..............โอ้ย
เฮาสิเปิดผ้าม่านกัน ออกมาสิ่งซิมองเห็น
หมู่หนุ่มสาวมาฟังเพลง จะแม่งามกันแต่เน้อ
(จะแม่งามกันแต่เน้อ) สวัสดีค่ะ.....พ่อแม่พี่น้อง
At first I was afraid, I was petrified
Kept thinkin’ I could never live without you by my side
But then I spent so many nights thinkin’ how you did me wrong
And I grew strong and I learned how to get along
And so you’re back from outer space
I just walked in to find you here with that sad look upon your face
I should have changed that stupid lock, I should have made you leave your key
If I’d have known for just one second you’d back to bother me
Go on now, go walk out the door
Just turn around now ‘cause you’re not welcome anymore
Weren’t you the one who tried to hurt me with goodbye
Did you think I’d crumble, did you think I’d lay down and die
Oh, no, not I-I will survive
Oh, as long as I know how to love I know I’ll stay alive
I’ve got all my life to live and I’ve got all my love to give
And I’ll survive, I will survive, hey, hey

It took all the strength I had not to fall apart
Kept tryin’ hard to mend the pieces of my broken heart
And I spent, oh, so many nights just feeling sorry for myself
I used to cry, but now I hold my head up high
And you see me, somebody new
I’m not that chained up little person still in love with you
And so you feel like droppin’ in and just expect me to be free
But now I’m savin’ all my lovin’ for someone who’s lovin’ me
Go on now, go walk out the door
Just turn around now ‘cause you’re not welcome anymore
Weren’t you the one who tried to hurt me with goodbye
Did you think I’d crumble, did you think I’d lay down and die
Oh, no, not I-I will survive
Oh, as long as I know how to love I know I’ll stay alive
I’ve got all my life to live and I’ve got all my love to give
And I’ll survive, I will survive, hey, hey

โฮ้...................................ฮิ้ว
โฮ้...................................ฮิ้ว
โฮ้...................................ฮิ้ว
ใครที่อกหักมาพักบ้านนี้ (ใครที่อกหักมาพักบ้านนี้)
เจอคนไม่ดีจะทำยังไง (เจอคนไม่ดีก็ทำเมินเฉย)
เอาวะเอาเว้ย เบื่อคนใจร้าย ตะลาลา
ฮุย..................................ฮา
โฮ้..................................ฮิ้ว

Go on now, go walk out the door
Just turn around now ‘cause you’re not welcome anymore
Weren’t you the one who tried to hurt me with goodbye
Did you think I’d crumble, did you think I’d lay down and die
Oh, no, not I-I will survive
Oh, as long as I know how to love I know I’ll stay alive
I’ve got all my life to live and I’ve got all my love to give
And I’ll survive, I will survive, hey, hey

I will survive
I will survive
I will survive

วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552

บรรยากาศของมหาวิทยาลัยศิลปากร หหาวิทยาลัยแห่งความสุข


อนุสาวรีย์ท่านศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ผู้วางรากฐานมหาวิทยาลัยศิลปากร และมหาวิทยาลัยศิลปะสมัยใหม่ของประเทศไทย


อนุสาวรีย์ท่านศาสตราจารย์หม่อมหลวงปิ่น มาลากุล ผู้ก่อตั้งวิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์


หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยศิลปากร ที่วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม


มหาวิทยาลัยแห่งศิลปะและวิทยาการ


วังท่าพระ กรุงเทพฯ ศูนย์กลางทางศิลปะของประเทศไทยในเนื้อที่เพียง 8 ไร่ แต่สร้างสรรค์สิ่งที่ยิ่งใหญ่ระดับสากลและความเป็นศูนย์กลางทางศิลปะวิทยา,สถาปัตยกรรม,ออกแบบ,และโบราณคดี ของประเทศไทยอย่างแท้จริง





พระราชวังสนามจันทร์ หรือทับแก้ว เมืองแห่งการศึกษาวิทยาเขตที่ 2 ของศิลปากรกับสาสตร์แขนงอักษรศาสตร์,ศึกษาศาสตร์,เภสัชศาสตร์,วิทยาศาสตร์และวิศวะกรรมศาสตร์



เพชรบุรี วิทยาเขตนึงของศิลปากร จัดการ,สัตวะ,ไอซีที พี่น้องเราอยู่รวมกันท่ามกลางบรรยากาศเมืองตากอากาศอันดับต้นๆของไทย กับพื้นที่ใหญ่โตที่สุดของศิลปากร เพื่อพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยศิลปากรในอนาคต