วันจันทร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

มศว ประกาศผลแล้วววววววว

วันนี้เราก็อยากจะระบายว่า เราไม่ติด ไม่ติด ตอนเปิดเข้าไปดูเว็บของมศว ก็ดันเข้าไม่ได้ เว็บล้มซะงั้น ดีที่เพื่อนโทรมาบอกว่าเค้าไปโพสต์เว็บเด็กดี ทำให้เราเข้าไปดูที่บอร์ดของเด็กดี แต่พยายามหาชื่อเราก็ไม่มี ดูตั้งห้ารอบก็ไม่มีชื่อเรา ตอนแรกก็ใจหาย แต่ก็บอกกับตัวเองว่า ไม่เป็นไร ไม่ติดก็ไม่เป็นไร
ที่บ้านก็ไม่มีใครว่า บอกว่าเอาใหม่ ไม่ได้ที่นี่ อาจจะได้ที่อื่น เราเองก็คิดว่าไม่ได้อยู้แล้วเพราะข้อสอบมันยากกกกกก แถมสอบวิทย์พื้นฐานอีกต่างหาก ยากก็ยาก ทำก็ไม่ได้ บอกกับตัวเองว่า ลาก่อนมศววววววว


แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ต้องเตรียมตัวก็คือออออออออ
นับถอยหลังงงงงงงงงงงง
เหลืออีก 5 วันนนนนนนนนนนนน
มศก. ก็ประกาศผลแล้ววววว
ตื่นเต้นนนนนนนนจะได้ไหม
ก็อยู่ที่ศิลปากรนี้แหละ

วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

สิ่งสำคัญที่ต้องเตรียมตัวก่อนเป็นเด็กเอ็น

1.เราต้อง ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงวางแผนตัวเอง
ลองหยิบกระดาษมาหนึ่งใบแล้วรองเขียนว่าในเจ็ดวันเสาร์-อาทิตย์ในเวลาเหล่านั้นเราต้องทำอะไรบ้างแล้วลองเช็คเวลาที่เราชอบอ่านหนังสือ เหมือนกับว่าเราทำตารางประจำวันนะค่ะ ลองเขียนคราวๆก่อน เช่นทุกวันเสาร์ว่าง 13.00 - 16.00 เป็นต้น

2.เราต้อง รู้ตัวเอง และมีเป้าหมาย
เราพลิกกระดาษไปอีกด้านเพื่อความไม่เปลืองทรัพยากรธรรมชาติ เขียนลงไปเลยว่าอยากเรียนอะไรแต่ต้องแบ่งให้เป็นส่วนๆ อย่าเขียนลกนะ เดี๋ยวพอตอนรวมจะสับสนนะค่ะ

3.เราต้อง ตรวจสอบดูว่าเราอ่อนวิชาไหน แล้วเราต้องการแข็งวิชาไหนเป็นพิเศษ
ลองหยิบกระดาษมาอีกใบ แล้วเขียนลงไปเลยว่าวิชาที่เราต้องอ่านมีวิชาอะไรบ้างลิสต์เป็นรายการๆเลยอย่างเช่น อีฟเรียนแผนการเรียน ศิลป์-คำนวณ และ คณะที่ต้องการเข้าก็เป็นสายศิลป์ซะส่วนมากก็จะเน้น สังคม - ภาษาไทย ที่จะต้องอ่านมากกว่าวิชาอื่นๆ

4.เราต้องตรวจนับวันเวลาที่หลงเหลืออยู่ให้เราได้เตรียมตัวกับมัน
พลิกกระดาษด้านหลังอีกใบ แล้วนับวันเวลาก่อนถึงวันสอบ o-net ว่ามีกี่วันอาจจะนับทุกวันหรือจะนับแค่คราวตัดออกบางส่วนเพื่อเราไม่ได้อ่าน เพราะอาจจะมีบ้างวันที่เราต้องติดธุระจริงๆ

5.เราต้องจัดเตรียมหนังสือทังหมดที่เราต้องการ
หยิบกระดาษอีกทีหรือถ้ามีที่ว่างก็ใช้ได้นะ เช็ควันเวลาวิชาทั้งหมดว่าเหลือเวลากี่วันถึงจะอ่านหนังสือที่เราต้องการรับรู้มันให้หมดทันเวลา เช่น มีเวลา 10 วัน อ่าน 3 วิชา วิชาแรก 2 หน้า วิชาที่สอง 3 หน้า วิชาที่สาม 3 หน้ารวมต้องอ่านหนังสือ 8 หน้า ภายใน 10 วัน นับ วันไปหารกับหน้าหนังสือที่เราต้องอ่านก็จะได้หน้าที่ต้องอ่านต่อวันค่ะโดยการอ่านเราสามารถแยกได้คืออ่านวิชาเดียวให้จบทีเดียวคือทยอยอ่านทีละวิชา กับ อ่านคละๆกันให้จบพร้อมกันค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบความถนัดของแต่ละคนนะค่ะ

6.เราต้องมีอาวุธเครื่องเขียนำคัญคู่การ
ปากกาน้ำเงิน ปากกาแดง ปากกาสี ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด เตรียมมันให้หมดค่ะเพราะมันเป็นสิ่งสำคัญในการช่วยให้เราพิชิตความฝันได้ค่ะ.

7.เราต้องจัดการสิ่งที่เราเขียนเมื่อกี้รวมไว้เป็นแผนเดียวกัน
เขียนเป็นตารางเลย วิชาที่ต้องอ่านมีอะไรบ้าง วิชาหนึ่งมีเวลาอ่านกี่วัน วันหนึ่งต้องอ่านวิชาอะไรบ้าง ข้อความเตือนใจที่จะเป็นแรงปลุกใจ คณะที่ชอบ หรือ ข้อความให้แรงบรรดาลใจ เขียนมันไปเลยค่ะ

8.ลงมือทำ
ข้อนี้ยากใช่ไหมค่ะ แต่เราต้องทำค่ะ ทำในให้ได้ ค่อยๆทำ วันไหนอ่านไม่ไหวก็พักแต่เราก็มองไปที่ข้อความบรรดาลใจในกระดาษใบนั้น แต่ถ้าไม่ไหวจริงๆนอนพักแล้วพรุ่งนี้ก็เริ่มใหม่นะค่ะ

ปล.หวังว่าบทความนี้อาจพอช่วยเพื่อนๆได้ง่ายขึ้นกับการเตรียมตัวนะค่ะ พยายามไปพร้อมๆกันนะค่ะ...

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

4 ตัวการที่ทำให้คะแนน GAT - PAT ต่ำ!

สวัสดีเพื่อนชาวศิลป์ฝรั่งเศสราชินีบูรณะทุกคน ผ่านไปแล้วสำหรับการสอบแกะแพะ ไม่ใช่ GAT PAT ที่ทุกคนต่างบอกว่า ยากง่ายปนกันไป แต่ยังไงครั้งนี้ก็เป็นการสอบครั้งสุดท้าย เราคิดว่าเพื่อนทุกคนคงทำเต็มที่ ไม่ว่าคะเเนนจะออกมายังไงก็ไม่ต้องไปสนใจมันแล้วล่ะ สำหรับใครที่คะเเนนครั้งที่ผ่านๆๆๆมาไม่ดี ก็ไม่เป็นไรนะ สู้สู้ ยังมีการสอบตรงอีกมากมายยยยยที่เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปเป็นนักศึกษาเต็มที่ อิอิ

เพื่อนคิดไหมว่า ? อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้คะแนน GAT- PAT ต่ำธรณีเช่นนี้ และก็ได้ข้อสรุปมา 4 ข้อดังต่อไปนี้ ไปดูกันเลย
ข้อสอบเริ่มแปลงร่าง
การสอบ GAT - PAT ในครั้งที่ผ่านๆมาเพื่อนๆ คงจะเห็นว่าข้อสอบ PAT ต่างๆ เริ่มแปลงร่างมาเป็นรูปแบบคิดวิเคราะห์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น PAT 4 สถาปัตยฯ หรือ PAT 5 วัดแววครู ด้วยความเปลี่ยนแบบไม่บอกไม่กล่าว อาจทำให้เพื่อนๆ ตั้งหลักไม่ทัน จนเป็นที่มาของคะแนนน้อย

คนสอบเตรียมตัวมาดีแค่ไหน
เหตุผลนี้ไม่โทษใคร นอกจากโทษตัวผู้สอบเอง เพื่อนๆบางคนอาจจะไม่ได้อ่นหนังสือมาสอบ ออกแนวไม่ค่อยเตรียมตัว อาจจะมีอ่านหนังสือบ้าง ดูปลาบู่ทองบ้าง อะไรบ้าง จึงไม่น่าแปลกที่ผลออกมาแนวนี้

ข้อสอบยากเกินไปไหม
เหตุผลนี้เห็นทีคงจะจริง เพราะเมื่อวานนี้อาจารย์ทางจุฬาฯ ท่านหนึ่งได้ออกมายอมรับแล้วว่า ข้อสอบ GAT พาร์ทอังกฤษนั้นยากจริงๆ ยากถึงขนาดอาจารย์ยังงง และทำกันไม่ค่อยได้ อ้าว อ้าว แล้วนี่มันหมายถึงอะไรเนี่ย แต่ก็น่าสงสัยนิดๆ นะว่าคะแนนครั้งที่ 2 นี้พาร์ทอังกฤษของหลายคน ได้มากกว่าพาร์ทเชื่อมโยง งง !

ข้อสอบ GAT มันคิดได้หลายทาง
ข้อสอบ GAT พาร์ทแรกเป็นเรื่องของเชื่อมโยง วิเคราะห์ มั่วไม่ได้ ต้องใช้ความคิดล้วนๆ และตรงนี้เองจึงเป็นที่มาของปัญหาว่าความคิดของมนุษย์นั้นมีหลายมุมมอง คนสองคนมีสิทธิ์ที่จะคิดไม่ตรงกันได้ แล้วประสาอะไรกับคนออกข้อสอบกับผู้สอบ ที่เชื่อมั่นได้แค่ไหนว่าเขาจะคิดตรงกัน จึงไม่แปลกใจว่า ทำไมหลายคนมั่นใจ และคิดว่าชัวร์กับ GAT พาร์ทแรก แต่กลับต้องมาเสียความมั่นใจตอนคะแนนออก

วันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2552

Whatever will be will be



When I was just a little girl
I asked my mother what will I be
Will I be pretty, will I be rich
Here's what she said to me

*Que sera, sera
Whatever will be, will be
The future's not ours to see
Que sera, sera
What will be, will be

When I was just a little boy
I asked my my mother what will I be
Will I be handsome, will I be rich
Here's what she said to me

*Que sera, sera
Whatever will be, will be
The future's not ours to see
Que sera, sera
What will be, will be

ปล. ซึ้งดีนะ เพลงก็ความหมายดีด้วย

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

ศึกษา เอกจิตวิทยา มศว

เมื่อวันที่ 20 กันยายานที่ผ่านมา เราได้มีโอกาสไปสอบตรงของคณะศึกษาศาสตร์ สาขาจิตวิทยาการแนะแนว มหาวิทยาลัยศศรีนครินทรวิโรฒหรือมศว นั่นเอง ได้สนามสอบที่โรงเรียนปทุมคงคา ว้าววววว เป็นโรงเรียนชายล้วน อิอิอิ เป็นโรงเรียนชายล้วนที่ร้อนนนนนนมากกกกกก มีสอบวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์พื้นฐาน ภาษาอังกฤษ ความถนัดทางการเรียน และวิชาชีพครู แต่ละวิชาแทบบบจะอ้วกกก โดยเฉพาะวิทย์ เพราะเป็นคนไม่ฉลาดวิทย์ แต่ยังไงก็สู้สู้ เราก็มีเรื่องราวของคณะนี้มาฝากเพื่อนๆๆกัน แล้วเด๋วจะเล่าถึงความยากของข้อสอบ
ประวัติความเป็นมา คณะศึกษาศาสตร์
คณะศึกษาศาสตร์ถือกำเนิดจากวิทยาลัยวิชาการศึกษา มีประวัติความเป็นมายาวนาน กว่า 50 ปี โดยเริ่มต้นจากโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงซึ่งกระทรวงศึกษาธิการตั้งขึ้น ณ ถนนประสานมิตร (ซอยสุขุมวิท 23 ปัจจุบัน) เมื่อวันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2492 มีหลวงสวัสดิสารศาสตรพุทธิ (สวัสดิ์ สุมิตร) เป็นอาจารย์ใหญ่ เปิดรับนักเรียนที่จบ ม. 6 เข้าศึกษาตามหลักสูตร 3 ปี เมื่อสำเร็จแล้วจะได้รับวุฒิ ป.ป. (ประกาศนียบัตรครูประถม) และหากเรียนต่ออีก 2 ปี เมื่อสำเร็จแล้ว จะได้รับวุฒิ ป.ม. (ประกาศนียบัตรครูมัธยม) ซึ่งเป็นคุณวุฒิสูงสุดสำหรับการประกอบวิชาชีพครูในขณะนั้น จึงทำให้ผู้รับการศึกษาที่ต้องการความก้าวหน้าในชีวิตต้องขวนขวายไปเรียนวิชาอื่นเพื่อให้ได้ปริญญาบัตร ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ได้เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการก่อตั้งวิทยาลัยวิชาการศึกษ าขึ้นเพื่อให้เปิดสอน ถึงระดับปริญญา โรโรงเรียนฝึกหัดครูชั้นสูงจึงได้รับ การสถาปนาเป็นวิทยาลัยวิชาการศึกษา เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 และได้ตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยวิชาการ ศึกษาประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2497 โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี เป็นอธิการ วิทยาลัยเป็นคนแรก ซึ่งถือเป็นจุดก่อกำเนิดคณะวิชาการศึกษา และต่อมาคือคณะศึกษาศาสตร์ในปัจจุบันวิทยาลัยวิชาการศึกษาได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอน นิสิตเพื่อผลิตบัณฑิตที่จะไปเป็นครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดจนให้บริการจัดการฝึกอบรมวิทยาการ / การเรียนการสอนสาขาต่าง ๆ ซึ่งผู้สำเร็จการศึกษาในขณะนั้น ในปัจจุบันได้กลายมาเป็นผู้บริหาร นักวิชาการ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ของประเทศเป็นจำนวนมาก ความเจริญก้าวหน้าของวิทยาลัยวิชาการศึกษามีมาโดยมิได้หยุดยั้ง สมดั่งปรัชญาที่ศาสตราจารย์ ดร.สาโรช บัวศรี ได้ตั้งไว้ว่า การศึกษาคือความเจริญงอกงามซึ่งตรงกับพุทธภาษิตว่า สิกขา วิรุฬหิ สมปตตา และตรงกับภาษาอังกฤษว่า Education is Growth วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2517 วิทยาลัยวิชาการศึกษาได้รับการสถาปนาเป็นมหาวิทยาลัย โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ( มะ-หา วิด-ทะ-ยา-ไล-สี-นะ-คะ-ริน-วิ-โรด) ใช้อักษรย่อว่า มศว โดยมีศาสตราจารย์ ดร.สุดใจ เหล่าสุนทร อธิการวิทยาลัยวิชาการศึกษาคนสุดท้ายได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งอธิการบดีเป็นคนแรก เช่นเดียวกับคณะศึกษาศาสตร์ก็ถือเป็นคณะแรกของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ปวงศิษย์แห่งวิทยาลัยวิชาการศึกษาและ ู้ที่เกี่ยวข้องต่างภาคภูมิใจและตระหนักในใจว่า วิทยาลัยวิชาการศึกษาเป็นต้นกำเนิดของคณะศึกษาศาสตร์และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ซึ่งถือเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งแรกที่ยกระดับการศึกษาของครูจนถึงระดับปริญญาเอก

ปรัชญา : การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

ที่นี่...ที่ศิลปากร

ถึงแม้สถาบันแห่งนี้ อาจจะไม่โดดเด่น
ในการจัดอันดับมหาวิทยาลัย
แต่ที่แห่งนี้ เป็นสถาบันที่ฉันรัก
และอยากเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยนี้

ที่นี่...ที่ศิลปากร

ตราสัญลักษณ์นี้เป็นที่ยอมรับสูงสุดด้านศิลปะ-ออกแบบ-สถาปัตย์
และภาษาศาสตร์


ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ประติมากรเอกของโลกชาวอิตาเลียน ผู้วางรากฐานให้มหาวิทยาลัยศิลปากรเป็นมหาวิทยาลัยศิลปะที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในโลก

ศูนย์ศิลปะวัฒนธรรมเฉลิมพระเกียรติ (หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยศิลปากร)
วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ นครปฐม
สง่างาม ทรงคุณค่าทางสถาปัตยกรรมไทยร่วมสมัย
โดยสถาปนิกศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยศิลปากร
ถือเป็นงานสถาปัตยกรรมโครงสร้างอาคารเอนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่สุดภูมิภาคตะวันตก
เป็นสถาปัตยกรรมชั้นเลิศอาคารหนึ่งในประเทศไทย

Silpakorn University

The Best University of fine art in the Asia

"ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น"
ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
มหาวิทยาลัยศิลปากร 2486

วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2552

ชื่อเต็มของกรุงเทพพร้อมคำแปลเน่อออ

ชื่อเต็มของกรุงเทพฯ
กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

คำแปลเป็น ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ
กรุงเทพมหานคร อมรรัตรโกสินทร์ มหินทรายุธยา
แปลอังกฤษ : City of Angels, Great City of Immortals,
แปลไทย : พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร เป็นที่สถิตของพระแก้วมรกต เป็นนครที่ไม่มีใครรบชนะได้

มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์
แปลอังกฤษ : Magnificent City of the Nine Gems, Seat of the King,
แปลไทย : มีความงามอันมั่นคงและเจริญยิ่ง เป็นเมืองหลวงที่บริบูรณ์ด้วยแก้วเก้าประการ น่ารื่นรมย์ยิ่ง

อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต
แปลอังกฤษ : City of Royal Palaces, Home of the Gods Incarnate,
แปลไทย : มีพระราชนิเวศใหญ่โตมากมาย เป็นวิมานเทพที่ประทับของพระราชาผู้อวตารลงมา

สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์
แปลอังกฤษ : Erected by Visvakarman at Indra's Behest.
แปลไทย : ซึ่งท้าวสักกเทวราชพระราชทานให้พระวิษณุกรรมลงมาเนรมิตไว้

วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

ใช้ "มือถือ" และ "หูฟัง" มากเกินไปอาจจะ....

เพื่อนๆ เคยเจออาการแบบนี้บ้างไหมจ๊ะ เช่น คุยโทรศัพท์นานๆ แล้วรู้สึกหูของตัวเองร้อน หรือมีเลือดผสมหนองไหลออกมาจากหู ถ้า มีอาการแบบนี้ล่ะก็ รีบเข้ามาทางนี้โดยด่วนเลย เพราะเรามีสาเหตุของอาการเหล่านี้มาบอก

มือถือ >> การคุยโทรศัพท์มือถือติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้ติดเชื้อโรคต่างๆ ได้ง่าย เพราะความร้อนจากโทรศัพท์จะเข้าไปอยู่ในหู ทำให้เกิดอาการคัน ซึ่งเมื่อเพื่อนๆ แคะ หรือเกาแล้วจะทำให้ผิวหนังเป็นแผล ดังนั้นเชื้อโรคต่างๆ จึงสามารถเข้าสู่แผลได้ง่ายขึ้น ทำให้ช่องหูเป็นสิวหรืออักแสบได้ นอกจากนี้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากโทรศัพท์ยังเป็นตัวการทำลายเส้นประสาทในรูหู และเซลล์สมองอีกด้วย ทำให้เป็นเนื้องอกขึ้นมาได้
วิธีป้องกัน
1.ถ้าเพื่อนๆ รู้ตัวว่าเป็นขาเม้าท์ชอบคุยโทรศัพท์เป็นเวลานานๆ ล่ะก็ เราขอแนะนำให้ใช้สมอลล์ทอล์ค หรือบูลทูธแทน เพราะจะช่วยป้องกันคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าได้
2.นำสำลีจุ่มแอลกอฮอล์เช็ดทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือวันละ 2 ครั้ง เพื่อเป็นการฆ่าเชื้อโรค

หูฟัง >> การใช้ฟังเพลงติดต่อเป็นเวลานาน ทำให้เกิดความดันของคลื่นเสียง ซึ่งจะทำลายเซลล์ประสาทหูและเซลล์ขนในหู แต่ถ้าได้ยินเสียงเหมือนแมงหวี่ร้อง หรือเสียงวิทยุจูนผิดคลื่นตลอดเวลาล่ะก็ แสดงว่าเพื่อนๆ มีอาการประสาทรับเสียงเสียงเสื่อมนะ นอกจากนี้หูฟังที่ใช้ฟังเพลงนั้น เพื่อนๆ รู้กันรึเปล่าจ๊ะว่าเป็นแหล่งสะสมเชื้อแบคทีเรียและเชื้อโรค ซึ่งจะทำให้เป็นโรคหนองในหู และการอักแสบในช่องหูได้
วิธีป้องกัน
1.เพื่อนๆ ควรที่จะเปิดเสียงในเครื่องเล่นเอ็มพี 3ให้มีระดับความดังเพียงแค่ครึ่งเดียวของระดับเสียงที่เครื่องมีอยู่นะจ๊ะ
2.เลือกฟังเพลงในช่วงเวลาที่ต้องการเท่านั้น เพื่อเป็นการช่วยหยุดพักการทำงานของหู
3.หลีกเลี่ยงการใช้หูฟังร่วมกับผู้อื่น เพราะอาจจะทำให้ติดเชื้อโรคได้ ควรที่จะเปลี่ยนฟองน้ำและทำความสะอาดหูฟังเป็นประจำ

เห็นไหมจ๊ะว่า สิ่งของต่างๆ ที่อยู่ใกล้ตัวเรานั้นสามารถทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ ดังนั้นเพื่อสุขภาพร่างกายของตัวเองแล้วล่ะก็ เพื่อนๆจึงควรที่จะใช้โทรศัพท์มือถือ , เครื่องเล่นเพลงเอ็มพี 3 ฯลฯ ให้เหมาะสมไม่มากจนเกินไปนะจ๊ะ

วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ฟังให้ดี ได้เกรด 4 ไปกว่าครึ่ง !

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ Do you hear me? ได้ยินเราหรือเปล่า....ได้ยินทุกคนใช่ไหมคะ (ฮ่าๆ) ที่ทักแบบนี้ เพราะวันนี้เรามีเรื่องเกี่ยวกับการ "ฟัง"มาบอกกันค่ะ โดยเฉพาะคนที่รู้สึกว่า เวลาอาจารย์พูดทำไมฟังแล้วไม่เข้าหัวเลย หรือไม่เข้าใจเรื่องที่อาจารย์พูดอยู่เลย มาดูกันดีกว่าค่ะว่า เราควรจะฟังอย่างไร มันถึงจะเวิร์ค!!!!!

1.ให้ความสนใจกับเรื่องที่ฟัง
เราต้องสร้างความสนใจในเรื่องที่จะฟัง(ถึงแม้ว่าเรื่องนั้นมันจะไม่น่าสนใจ หรือน่าง่วงนอน) เพราะบางครั้งเรื่องที่อาจารย์พูดอาจเป็นจุดสำคํญของเนื้อหาที่อาจเอาไปออกเป็นข้อสอบเก็บคะแนน หรืออาจจะเอามาถามตอนเราเผลอๆก็ได้นะคะ
2.เมื่อฟัง ก็ต้องฟังอย่างตั้งใจ และมีสมาธิ
เวลาอาจารย์กำลังพูดหรือธิบายอะไร ก็ต้องมีสมาธิอยู่ตรงนั้นนะคะ อย่าวอกแวกหรือจิตหลุด เกิดอาจารย์บอกแนวข้อสอบขึ้นมาแล้วไม่ได้ฟังจะเสียดายแย่ ถ้ารู้ตัวว่าจิตหลุด ให้รีบลอยกลับเข้าร่างค่ะ
3.จับใจความสำคัญของเรื่องที่ฟัง และคิดวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องราวที่ฟัง
ต้องจับใจความให้ได้ว่า เรื่องที่ฟังเป็นเรื่องอะไร เกิดที่ไหน เรื่องเป็นอย่างไร ฯลฯ ส่วนการวิเคราะห์วิจารณ์เรื่องราวที่ฟัง คือ เรื่องมันเป็นอย่างไร อะไรเป็นสาเหตุ ผลเป็นอย่างไร เป็นต้น

วิธีง่ายๆที่เรานำมาบอกครั้งนี้ น่าจะช่วยให้เพื่อนเริ่มต้นการฟังได้อย่างถูกต้องนะคะ เพราะถ้าเราฟังได้อย่างถูกวิธีแล้ว ทีนี้ปัญหาเรื่องไม่เข้าหัว หรือลอยผ่านไป จำอะไรไม่ได้ ก็น่าจะลดลงนะคะ

วันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2552

10 วิธีบอกรักแม่

จะวันแม่แล้วๆ ๆ ๆ อยากให้แม่ซึ้ง ประทับใจ ทำอะไรให้แม่ดีๆ ๆ ๆ เราก็ขอชวนคุณลูกทุกคน มาหาวิธีบอกรักคุณแม่สุดซึ้ง 10 วิธี รับรองวันแม่ปีนี้ จะมีความสุขได้อีกแน่นอน

1.ส่งการ์ด
การ์ดอวยพรที่ต้องเข้ากับเทศกาล จะเป็นภาพดอกมะลิ หรือรูปที่สื่อถึงความรักของแม่กับลูก อย่าหยิบผิดเป็นภาพต้นคริสมาสต์มาล่ะ
หรือใครมีทักษะด้านศิลปะ ก็โชว์ได้เต็มที่เลยนะ อ๊ะๆ แต่บอกไว้ก่อนไม่ใช่ทำแล้วฝีมือออกมาเหมือนน้องที่เรียนอยู่ป.2 นะ โตแล้วการ์ดอวยพรวันแม่ที่ทำเองก็ต้องโตตามด้วย จะได้สื่อถึงความพยายามของเราอย่างไรล่ะ ภายในการ์ดก็บรรเลงความในใจ ความรัก สิ่งที่อยากจะพูดกับคุณแม่ได้เลย ลูกๆ ขี้อายเลือกไปใช้ได้เลยนะ
ความซึ้งน้ำตาไหล 2 หยด

2.กอด
วิธีธรรมดาที่สามารถส่งต่อความอบอุ่นได้ดี ไม่ต้องใช้อะไร นอกจากอ้อมกอดจริงใจ เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อแม่ วิธีการก็ง่าย รอจังหวะที่แม่อารมณ์ดี และกำลังว่างอยู่ แล้วเราเดินไปหาแม่ บอกกับแม่ว่า "ขอกอดแม่หน่อยนะ" พร้อมกับสวมกอด แล้วพูดว่า "ผมรักแม่ครับ/หนูรักแม่ค่ะ"
ความซึ้งน้ำตาไหล 3 หยด

3.อาสางานบ้าน
คุณลูกๆทั้งหลาย ใครเห็นด้วยว่า 'รักแม่ รักได้ทุกวัน'ยกมือขึ้น เอาล่ะเราก็ขอแนะนำวิธีที่ตรงกับความคิด วิธีนี้เลย หลังจากบอกรักไปแล้ว เราก็บอกต่อด้วยสนธิสัญญาใจ ว่าอยากจะช่วยเหลืองานบ้าน จะเป็น 1 อย่าง 2 อย่าง หรือทั้งหมดยิ่งดีใหญ่ แต่แนะนำว่าเอาน้อยๆ แต่ทำได้ตามที่สัญญาดีกว่า ป้องกันความขี้เกียจ พาเราฉีกสนธิสัญญาทั้งที่ผ่านไปได้แค่ 7 วัน
ความซึ้งน้ำตาไหล 2.3 หยด

4.กราบเท้า พวงมาลัย
เพิ่มความมุ่งมั่นตั้งใจ ด้วยวิธีการที่ทุ่มเทมากขึ้น ขั้นแรกต้องไปหาเข็มกลัดดอกมะลิที่มีขายทั่วไป หรือพวงมาลัยดอกมะลิก็ได้ ค่ำวันที่ 12 สิงหา เป็นเวลาที่เหมาะสุด อาจเป็นตอนที่แม่กำลังดูละครหลังข่าวนั่นล่ะ คลานเข่าเข้าไปเลยวัยรุ่น กราบที่เท้าของท่าน พร้อมยื่นดอกมะลิที่เตรียมมา อย่าลืมประโยคเด็ด "ผมรักแม่ครับ/หนูรักแม่ค่ะ"
ความซึ้งน้ำตาไหล 3.8 หยด

5.ผลการเรียน การสอบหรูๆ
วิธีนี้ไม่ต้องเป็นลูกๆ ที่เรียนเก่งก็ได้ ความจริงเหมาะสำหรับเด็กดื้อที่ตั้งใจเรียนน้อยๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะจะได้ชี้ชัดไปเลยว่า เราตั้งใจทำเพื่อแม่จริงๆ โดยไปบอกกับแม่ ในวันแม่ว่า "ผม/หนู จะตั้งใจเรียน แล้วเอาเกรดดีๆ มาให้แม่ ครับ/ค่ะ" เป็นวิธียิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว ทั้งแม่ดีใจ การผลการเรียนดีขึ้นไปพร้อมกันเลย
ความซึ้งน้ำตาไหล 2 หยด

6.ข้อความประทับใจ
สำหรับลูกๆ ขี้อายอีกแล้ว และก็สำหรับลูกๆ ที่อยู่ไกลจากคุณแม่ด้วย ลูกๆ หลายคนทำมึน 'เอ๊ะ ข้อความควรเป็นอย่างไรนะ' แหม ไม่ต้องเลย ทีส่งข้อความสื่อรักให้กับ เพื่อนหนุ่ม เพื่อนสาวเนี่ย ถนัดคิดกันมาได้มากมาย ไม่ยากหรอก แค่ใช้หลักการเดียวกัน คือ สื่อความรักของเราออกไป ถ้านึกไม่ออกจริงๆ งั้นเราคิดนำให้นิดหนึ่งละกัน
"1 ปี แม้ลูกคนนี้อาจทำดีไม่มาก แต่ก็รักแม่ม๊ากมากเสมอมานะครับ ^ ^"
"รู้ว่าแม่เหนื่อกับลูกคนนี้มามาก ลูกก็เหนื่อยกับแม่เหมือนกัน เพราะรักแม่เท่าไร ก็ไม่เคยเท่าที่แม่รักลูกคนนี้สักที อิอิ รักแม่ครับ"
"อยากขอโทษในสิ่งไม่ดี ที่เคยทำแม่เสียใจ จากนี้จะตั้งใจทำดีให้แม่สุขใจบ้าง รักแม่ครับ"
ความซึ้งน้ำตาไหล 2.1 หยด

7.บอกรักผ่านจอ ถ่ายวีดีโอ/วีดีโอคลิป
ถึงเวลาใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายวีดีโอคลิป ในทางสร้างสรรค์กันเสียทีลูกรักแม่ ใครจะถ่ายเป็นวีดีโอก็ได้ จะเป็น จะแนวยิ้มๆ เขินๆ บอกความในใจก็ได้ แต่จะมาทำเป็นเล่น ตลกไร้สาระไม่ได้นะ เดี๋ยวความซึ้งจะกลายเป็นความเสื่อมไป ทางที่ดีเราแนะนำว่าแนวซึ้งดีที่สุด ดังนั้นให้ไปบิ้วอารมณ์กันมาก่อน ลองนึกถึง ตอนที่เราทำให้แม่เสียใจ,ตอนที่แม่เสียสละให้เรา,นึกถึงเวลาแม่กอดเราตอน อาจต้อง เขียนสคริปเล็กน้อย แต่ไม่ต้องถึงกับอ่านกระดาษหรอกนะ แล้วก็พูดไปเลย พูดไปให้หมด อยากจะขอโทษเรื่องไหน อยากจะบอกความรักที่มีให้แม่อย่างไร ตามความรู้สึกเลยครับ ส่วนการเปิดให้ดูก็เปิดผ่าคอมพิวเตอร์ให้แม่ดูก็ได้
ความซึ้งน้ำตาไหล 4.5 หยด

8.มื้ออิ่มใจ
ต้องอาศัยการเตรียมตัวสักหน่อย เพราะเป็นวิธีบอกรักที่อาศัยทุนทรัพย์และความมุ่งมั่น เรามาทำมื้อความสุขให้คุณแม่กัน โดยอาจจะบอกแม่เอาไวก่อนว่า วันนี้มีอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว แต่อย่าบอกความจริงเรื่องที่เราจะทำให้ล่ะ เดี๋ยวไม่ประหลาดใจ ถ้าใครกระเป๋าหนัก หรือ ไม่มีเวลามากนัก ก็พาแม่ไปรับประทานอาหาร ที่ร้านอาหารเลย โดยมื้อนี้ลูกรักต้องขอเป็นคนเลี้ยงแม่บ้างด้วยนะ ส่วนใครอยากทำซึ้งได้อีก ก็วิธีนี้เลย ฝึกทำอาหารสัก 2 อย่าง แนะนำว่าอาหารหลักเป็นอาหารจานเร็ว ที่ทำไม่ยากสักหน่อย อย่างเช่น สปาร์เก็ตตี้ซอสเห็ด,ซุปไก่,ข้าวผัดกุนเชียง ตามด้วยเครื่องดื่มอย่างเช่น น้ำผลไม้ แล้วใครจะซึ้งได้อีก ก็ตบท้ายด้วยขนมก็ได้ อย่างหลังซื้อแบบสำเร็จรุปได้ เพราะท่าทางจะยุ่งยากเสียหน่อย รับรองแม่อิ่มท้อง อิ่มใจไปหลายวัน (ทุกเมนูควรผ่านการชิม และจดสูตรอร่อยไว้แล้วนะ ตั้งใจทำทั้งทีนี่นา)
ความซึ้งน้ำตาไหล 4.5 หยด

9.ทำcd พรีเซ้นต์
จะทำเป็นไฟล์ หรือเป็นแผ่น cd หรูหรา (เพื่อความสะดวก ถ้าแม่อยากเอาไปอวดเพื่อนถึงความประทับใจ)ไม่ยากๆ เหมือนที่เราทำสไลด์ใน สวัสดีห้า(hi5) นั่นล่ะ ถ้าใครทำไม่เป็น ลองถามเพื่อนๆ ดู ต้องมีสักคนล่ะน่า ที่ยอมมาเป็น อาจารย์สอนวิทยายุทธ์นี้ให้กับเรา โดยเลือกรูปเรากับแม่เอามาไว้เยอะ ยิ่งตอนเด็กๆ ยิ่งดี ให้แม่ย้อนถึงอดีตยิ่งซึ้งใหญ่ ประกอบด้วยเพลงแนะนำอย่าง 'ค่าน้ำนม','อิ่มอุ่น' ศุ บุญเลี้ยง, 'แม่' เสก โลโซ,เบิร์ด ธงชัย ฯลฯ ใครอยากซึ้งได้อีก แนะนำว่า ร้องคาราโอเกะใส่ดนตรีมาเลย โห แค่คิดก็น้ำตาจะไหลแล้ว
ความซึ้งน้ำตาไหล 5 หยด เต็มๆ

10.ปิดท้ายด้วยวิธีที่ง่ายที่สุด จริงใจที่สุด ทำได้บ่อยๆ การแสดงความรัก
รักแม่ เสียสละเพื่อแม่บ้าง กอดแม่บ้าง รับใช้คุณแม่ ตั้งใจเรียนเพื่อแม่ พูดไพเราะกับแม่ ไม่เถียงแม่ เชื่อฟังแม่ ฯลฯ ถ้าเราทำด้วยความรักจริงๆ รับรองเราทำได้ไม่มีเบื่อ ไม่มีบ่นเลย
ความซึ้งน้ำตาไหล ประมาณค่าไม่ได้